2005/Jul/29

บ่ายวันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันอื่นๆ ทั่วๆไป โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน และวิ่งขึ้นไปชั้น 2 ไปที่ห้องของเขา โดเรมอนอยู่ในห้องนั้น และกำลังนอนอยู่ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติทุกๆ วัน
"เฮ้ !! โดเรมอนตื่นเถอะแล้วไปเล่นด้วยกัน" โนบิตะชวน
แต่โดเรมอนก็ยังไม่ตื่น โนบิตะคิดว่า โดเรมอนคงจะเหนื่อย
ปล่อยให้นอนต่อไปดีกว่า ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอนกะชิซูกะและเพื่อนคนอื่นๆ
... 2-3 ชั่วโมงต่อมา โนบิตะก็กลับมาที่บ้านของเขาและโดเรมอนก็ยังคงนอนอยู่ โนบิตะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป
"ปกติโดเรมอนไม่นอนนานอย่างนี้นี่นา " เขาพยายามจะปลุกโดเรมอน แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากโดเรมอน
โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกโดเรมอน แต่ไม่ว่าโนบิตะจะพยายามทำอย่างไรก็ตาม
โดเรมอนก็ไม่ตื่น ถึงตอนนี้โนบิตะรู้ชัดเจนแล้วว่ามีบางอย่างแปลกไป ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โนบิตะเริ่มร้องไห้
แม้ว่าจะร้องไห้หรือตะโกนร้องอย่างไร เจ้าหุ่นยนต์รูปแมวตัวอ้วนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างไร แล้วโนบิตะก็เกิดความคิดขึ้นมา!!
เขากระโดดลงไปในลิ้นชักโต๊ะของเขา, ใช่แล้ว ไทม์แมชชีนนั่นเอง
โนบิตะใช้ ไทม์แมชชีน ไปในอนาคตไปหา โดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะไปขอความช่วยเหลือจากโดเรมี
และพาเธอกลับมากับเขา

...กลับมาในปี 1998
หลังจากนั่ง ไทม์แมชชีน กลับมายัง ปี 1998 โดเรมีก็ไปตรวจ ระบบต่างๆ ในตัวของโดเรมอน เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับโดเรมอน-พี่ชายของเธอ

หลังจากนั้นไม่นาน โดเรมีก็บอกว่า "แบตเตอรี่ของโดเรมอนหมด"
โนบิตะได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และบอกกับโดเรมีว่า
"แบตเตอรี่หรือ? โดเรมอนไม่ได้เสียหายอย่างอื่นใช่ไหม"

"งั้นจะรีรออะไรอยู่ล่ะ ก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้เขา และทำให้โดเรมอนตื่นกลับมาเหมือนเดิมสิ"
แต่ .. โดเรมี ส่ายหัวและพูดขึ้นว่า
"โนบิตะซัง ฉันควรทำอย่างนั้นเหรอ?"
"อะ . . .อะไรนะ โดเรมี เธอหมายความว่ายังไง??"
โดเรมีตอบว่า "ก็ แบตเตอรี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้
ใกล้กับกระเป๋าหน้าของเขา และไฟมันหมดแล้ว
ซึ่งแต่เดิมแล้วโดเรมอนจะมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ที่หู
แต่ว่าโนบิตะ ก็อย่างที่รู้ๆกันแหล่ะว่า
หูของโดเรมอนถูกหนูแทะกินไป เมื่อหลายปีมาแล้ว
ดังนั้นตอนนี้โดเรมอนก็เลยไม่มีแบตเตอรี่สำรอง"
"แล้วมันหมายความว่าอย่างไรละ" โนบิตะสงสัย
"ก็หมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดเรมอน
ความทรงจำทุกอย่างของโดเรมอนก็จะหายไปจากส่วนของหน่วยความจำนะสิ"

"อะไรนะ?"
"แล้วเธอยังจะให้ฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้อย่างนั้นหรือ"

โนบิตะหลับตาแล้วร้องไห้ . . .
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยุดร้องและบอกโดเรมีจังว่า
"โดเรมี,ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มา ฉันจะดูแลโดเรมอนเอง เธอกลับไปอนาคตเถอะ"
โดเรมีจังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยโนบิตะดี, เธอเข้าไปกอดโนบิตะเพื่อปลอบใจ และก็กลับไปอนาคต

หลังจากโดเรมีกลับไป โนบิตะอุ้มโดเรมอนขึ้น ยกโดเรมอนวางไว้ในตู้ที่นอนของโดเรมอนตามเดิม
. . .วัน- เวลาผ่านไป . . .
ปี ค.ศ.2010 . . . โนบิตะโตขึ้น
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเปลี่ยนไป เขาทุ่มเทเรียนอย่างหนัก ไม่มีการร้องไห้อีกต่อไป และเขาก็มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีโดเรมอน
เขาได้บอกชิซูกะและทุกๆคนว่า โดเรมอนได้กลับไปสู่อนาคตของเขาแล้ว และจะไม่สามารถได้พบกับโดเรมอนได้อีกต่อไป
ชิซูกะรู้สึกประทับใจในท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเหลือเชื่อของโนบิตะซึ่งแตก

ต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกันและในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน . . .
โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างห้องของเขาให้กลายเป็นห้องทดลอง และทุ่มเทศึกษาอย่างหนักในงานของเขาตลอดทั้งวัน เขาได้บอกชิซูกะว่าไม่ให้เข้ามาในห้องทดลองของเขา เพราะมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย

แต่แล้ววันหนึ่ง
เขากลับเรียกชิซูกะให้เข้าไปในห้องของเขา ห้องทดลองซึ่งเขาเคยบอกว่าเต็มไปด้วยอันตราย มันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะได้เข้าไปในห้องทดลองของสามีของเธอ

และเมื่อเธอเข้าไป . . เธอถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก !
เพราะสิ่งที่เธอเห็น ..
เพื่อนเก่าของเธอ ผู้ที่เธอเคยเล่นด้วยในวันเด็ก
"โดเรมอน"
โดเรมอนไม่ได้เคลื่อนไหว มันดูเหมือนว่าเขากำลังหลับ
"ดูนะชิซูกะ ฉันจะเสียบปลั๊กเดี๋ยวนี้แหละ . . "
โนบิตะเปิดสวิชส์หลักของโดเรมอน
โดเรมอน ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว . . . . .
มันเป็นช่วงเวลาสำหรับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ว่า
"ผู้ประดิษฐ์โดเรมอน . . . เป็นใคร"
มีคำตอบที่ชัดเจน
คนนั้นคือ โนบิตะ นั่นเอง . . .
โนบิตะเรียนอย่างหนัก และทุ่มเท
เพื่อที่จะได้พบได้คุยกับเพื่อนเก่าของเขา
"โดเรมอน" อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้นั้น โนบิตะเป็นผู้ที่สร้างโดเรมอนขึ้นมา

เขาได้ค้นพบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และโปรแกรมทั้งหมด ของหุ่นยนต์ที่เป็นแบบฉบับของโดเรมอน
โนบิตะและชิซูกะ ร้องไห้เบาๆ ด้วยความยินดี . . . .
โดเรมอนลืมตาขึ้นมา . . มองไปรอบๆ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า
"โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?"
เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน วัน-เวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน.......

ลาก่อนโดเรมอน

เรื่องราวการ์ตูนของหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินนี้มีมานานกว่าสิบสิบปีแล้ว

เขียนกันจนกระทั่งผู้เขียนได้เสียชีวิตจากไป กระนั้นเรื่องราวก็ยังไม่จบแบบสมบูรณ์ แต่ทว่าที่ญี่ปุ่น
ได้เผยถึงตอนจบที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตไว้คร่าว ๆ
ว่าโนบิตะเป็นเด็กที่อ่อนแอที่เป็นโรคร้ายรักษาไม่หาย และกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาเป็นแรมปีแล้ว
ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องทุกคนกำลังถอดใจ ก็ตัดสินใจที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล
เขาเห็นคนรู้จักของเขาเกือบทุกคน ทั้งพ่อ แม่ เพื่อน ๆ ต่างมายืนล้อมรอบเตียงของเขา แต่เขามองไม่เห็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขานั่น
คือ โดเรมอน . . เขาจึงถามหา .. แต่คำตอบที่ได้ก็คือ

โดเรมอนนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องราวในความฝันของเขา
ขณะที่เขาหลับเป็นเจ้าชายนิทราเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เขารู้สึกเสียใจมาก . . .
วันรุ่งขึ้นขณะที่โนบิตะนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เขาก็ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ผลัดใบร่วงไปเกือบจะหมดต้นแล้ว

อากาศในตอนนั้นหนาวเย็น
โนบิตะนั่งถอนใจนึกถึงเรื่องราวของโดเรมอน . . .
ทันทีที่ใบไม้ใบสุดท้ายหลุดร่วงลงจากต้น

โนบิตะก็หมดลมหายใจจากไป . . . .
ผู้เขียนได้เขียนตอนจบนี้ขณะที่เขาป่วย
ก่อนที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล
แต่ก็ไม่ได้ลงตีพิมพ์
เพราะสมาพันธ์การ์ตูนแห่งประเทศญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า
มันเศร้าเกินไป
เด็กๆมีความผูกพันกับโดเรมอนมากทางด้านจิตใจ
หากผลสรุปว่า โดเรมอนเป็นเพียงความฝันของเด็กไม่สบายคนหนึ่งเท่านั้น

และสุดท้ายก็เสียชีวิต จะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ๆ
มากเกินไป
ขอให้เรื่องนี้ป็นแรงใจในชีวิตของทุกๆคนในชีวิตและหวังว่าเรื่อง โดราเอม่อนนี้ จะทําให้ผมผ่านในหัวข้อรายงานของครูว่า 4 วันนี้ทําไรบ้าง

2005/Jul/28

เมื่อ 5 หนุ่มบอยแบนด์ชื่อดัง มาเจอกับ 5 สาวที่มีอิทธิพลที่สุดในโรงเรียน อะไรจะเกิดขึ้น...

ตอนที่ 1 : เริ่มเรื่องก็วุ่นซะแล้ว

อ๊าย พี่แมน ขอลายเซ็นหน่อยค่า

พี่พีท อ๊าย พี่โจอี้

โตโต้น่ารักจังเลย เคนนี่ด้วยอ่ะ

ขอหอมทีนึงสิคะ หนุ่มๆวง BoYz

เสียงดังวุ่นวายอยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียนเซนต์ครูส โรงเรียนชื่อดังของพวกคุณหนูไฮโซ

วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเทอม และเป็นข่าวดีของบรรดาสาวแท้สาวเทียม เพราะนักร้องบอยแบนด์ชื่อดัง ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ได้ย้ายมาเรียนที่นี่

เสียงโหวกเหวกอะไรกัน ดรีมหัวหน้าแก๊ง DeViL GiRls แก๊งที่ทุกคนในโรงเรียนยอมก้มหัวให้พวกเธอถามสมาชิกที่เหลืออีกสี่คน

ได้ยินว่ามีนักเรียนใหม่ย้ายมา แน๊ตตี้บอก ขณะที่เธอนั่งแต่งหน้าอยู่อย่างขมักเขม้น

อ๋อ นักเรียนชายล่ะสิ มิน่า ที่แท้ก็อีพวกบ้าผู้ชาย ดรีมพึมพำออกมา

แก๊งของพวกเธอนั้นตั้งขึ้นเพื่อปราบพวกผู้ชายเจ้าชู้โดยเฉพาะ และฝีมือของพวกเธอก็ทำให้ทุกคนประจักษ์แล้วว่าควรต่อกรด้วยหรือไม่

เห็นเค้าบอกกันว่า เป็นนักร้องน่ะ วง BoYz มั้ง กุ๊กกิ๊กสาวใส่แว่นที่เล่นเกมในมือถืออยู่บอก

อ๊าย วง BoYz เหรอทำไมฉันไม่เห็นรู้ข่าวเลยอ่ะ ฉันต้องไปดูด้วยซะแล้ว ลิซ่าเตรียมจะวิ่งออกไป

หยุดเลยนะ ฉันสั่งห้ามเธอไปยุ่งกับไอ้พวกนักร้องขายหน้าตาพวกนั้น คำพูดของดรีมเหมือนประกาศิตที่ทุกคนในแก๊งต้องทำตาม

แต่.. ลิซ่าจะแย้ง

ไม่มีคำว่าแต่ ดรีมสั่งเสียงเข้ม

ดรีม ลิซ่าเค้าก็แค่ไปดูนิดเดียวเองไม่ใช่เหรอ แยมสาวน้อยที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มพูดขึ้น

ฮึ ไปก็ไป งั้นพวกเราก็ไปกันทั้งกลุ่มนี่ล่ะ

...

พอแล้วนะครับๆ เดี๋ยวตอนเลิกเรียนเราแจกลายเซ็นให้ใหม่นะครับ แมนหัวหน้าวงบอกกับบรรดาแฟนคลับที่ยังรุมล้อมไม่เลิก

ถือว่าผมขอร้องนะคร้าบ เดี๋ยวตอนเย็นผมให้หอมแก้มคนละทีเลยอ่ะ โตโต้มือกลองที่มีคารมเป็นต่อพูดขึ้น ทุกคนถึงกับกรี๊ดออกมาเบาๆ

นี่ มีมารยาทกันหน่อยไม่ได้เหรอ เสียงที่ทุกคนจำได้ดีดังขึ้น ดรีมนั่นเองที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามา ทุกคนเงียบเสียงกันหมด จนห้าหนุ่มงงว่าเกิดอะไรขึ้น

แหะๆ หวัดดีครับ อาจารย์ แมนยิ้มแหยๆ และยกมือไหว้ดรีม ก่อนที่ทั้งวงจะทำตามกันหมด

นายเรียกฉันว่าอะไรนะ ดรีมถามซ้ำ

ก็คุณเป็นอาจารย์ไม่ใช่เหรอครับ ดูสิสั่งทีเดียวทุดคนเงียบหมดเลย แถมหน้าตาก็ยังแก่.. แมนยังพูดไม่ทันจบ แต่พอเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของหญิงสาวเขาก็พอรู้ว่าไม่ใช่คนที่น่าจะต่อกรด้วยเลย

นายถือดียังไงกล้ามาเล่นกับฉันฮะ พวกนายห้าคนรู้อะไรเอาไว้ พวกฉัน DeViL GiRls ที่ทุกคนที่นี่ต้องก้มหัวให้

ผมก็ก้มหัวให้คุณแล้วไงครับอาจา..เอ้ย ไม่ใช่ แมนยังคงแหย่หญิงสาวต่อไป

เชอะ ไปกันดีกว่าพวกเรา อย่าไปสนใจพวกที่ขายหน้าตามากกว่าเสียงร้องเลย ดรีมสั่งให้อีกสี่สาวเดินตามมา ทั้งหมดเดินตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

...

ชั่วโมงเรียนแรกมาถึง...นักเรียนชั้น 4/12

ทุกคนรู้เป็นอย่างดีว่า การแย่งที่นั่งห้าสาวจะได้รับผลยังไง พวกเขาจึงสละที่นั่งแถบหน้าทั้งหมดให้พวกเธอนั่ง แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้ และพวกเขาก็นั่งไปแล้ว

นี่พวกนายรู้ตัวมั้ยเนี่ย ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ดรีมเดินจู่โจมไปหาหนุ่มๆวง BoYz ทันที

ก็นั่งเก้าอี้ไงเจ๊ ไม่เห็นเหรอ ไม่น่าเลยเกิดมายังไม่เท่าไหร่ ดันตาบอด โจอี้หนุ่มมือเบสอารมณ์ดีอีกคนพูดขึ้น แล้วส่ายหัวไปมา

พวกนายมันจะกวนประสาทฉันเกินไปแล้วนะ ตรงนี้ที่นั่งพวกฉัน ถ้าไม่อยากเจอดี ลุกออกไป ดรีมเริ่มขึ้นเสียง

พวกเราช่วยกันมองหน่อยซิ ว่าที่เก้าอี้หรือที่โต๊ะมีชื่อยัยพวกนี้ติดอยู่รึเปล่า แมนบอกกับเพื่อนๆของเขาอย่างประชดๆ

ไม่มีนี่ เคนนี่มือกีตาร์สุดหล่อยิ้มละลายโลกก็ตอบอย่างใสซื่อตามเคย

ตกลงพวกนายไม่ลุกใช่มั้ย ดรีมถามย้ำอีกครั้ง

ก็มันไม่มีชื่อพวกเธอติดอยู่นี่ ทำไมต้องลุกด้วยอ่ะ แมนทำหน้ากวนสุดๆ

นายต้องการให้ฉันใช้ไม้ตายใช่มั้ย

นี่ มีเรื่องอะไรกัน อ.สมคิด อ.ประจำวิชาคณิตศาสตร์เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนรีบกลับไปนั่งที่ ยกเว้นพวกห้าสาว

อ้าวทำไมไม่นั่งที่ล่ะ อ.ถาม

ก็พวกเขาแย่งที่นั่งเรา ดรีมบอก

ไม่ได้แย่งซักหน่อยนะครับ อาจารย์

แต่ที่นั่งตรงนี้เป็นของพวกเรามาตลอด

เออ...ครูว่าเป็นสุภาพบุรุษควรจะให้เกียรติสาวๆนะ อ.พูดขึ้น ไม่มีใครในโรงเรียนนี้ที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของพวกเธอ

ถ้าเป็นผู้หญิงที่ทำตัวน่ารักๆล่ะก็พวกผมก็คงลุกให้แล้วล่ะครับ แต่นี่มันยัยพวกโรคจิต

นายว่าไงนะ ดรีมแผดเสียง

พอน่าดรีม สี่สาวยื้อเพื่อนสาวเอาไว้ แต่ไม่มันซะแล้ว อารมณ์โกรธถึงขีดสุดส่งผลให้เธอเหวี่ยงหมัดไปที่หน้าของชายหนุ่มเต็มแรง

อ๊าย ดรีมร้องลั่น เมื่อมันไม่เหมือนทุกที แมนรับหมัดของเธอไว้ได้ และบิดแขนเธอจนปวดไปหมด ก่อนจะปล่อย

นาย ฮึ ฉันจะจดนายเข้าไปในบัญชีดำหมายเลขหนึ่งของแก๊งเรา และซักวันฉันจะมาจัดการนายแน่ ดรีมพูดเสียงโหด แล้วเดินออกจากห้องไป อีกสี่สาววิ่งตามไปด้วย

...

ทั้งห้าสาวไปรวมตัวกันที่โต๊ะม้าหินที่นั่งประจำของพวกเธอ

มันจะหยามกันเกินไปแล้ว ไอ้พวกนั้นน่ะ ดรีมแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆ

แต่ว่า..เอ่อ ฉันว่าดรีมเป็นคนไปพูดไม่ดีกับพวกเขาก่อนนะ แยมพูดข้อเท็จจริงอย่างกล้าๆกลัวๆ

แยม เธอเป็นพวกใครกันแน่นะ ดรีมถาม

พวกดรีมไง แยมเงียบเสียงไป

แน๊ตตี้ เธอต้องไปสืบมาให้ฉัน ดรีมหันไปสั่งเพื่อนสาวที่ตอนนี้นั่งทาเล็บ

เออๆๆ เอ๊ะสืบอะไรล่ะ แน๊ตตี้ตอบมั่วๆเพราะไม่ได้ฟัง

แกช่วยตั้งใจฟังฉันหน่อยได้มั้ยฮะ วันๆเอาแต่แต่งหน้าทาเล็บ

ก็..ผู้หญิงเรามันก็ต้องสวยหน่อยสิ เรื่องนั้นอย่าสนเลย แกจะจะใช้ฉันสืบอะไรล่ะ

สืบประวัติโดยละเอียดของไอ้ห้าคนนั้นมา โดยเฉพาะไอ้ปาก.ปี.จอนั่น

ใครอ่ะ ปาก.ปี.จอ ลิซ่าถาม

ก็ไอ้บ้านั่นไง

ไอ้บ้าไหนล่ะ

โอ๊ย แกแกล้งโง่หรือโง่จริงเนี่ย ดรีมเริ่มทนความงี่เง่าของเพื่อนสาวผู้นี้ไม่ไหว

ขอโทษ ลิซ่าเงียบเสียงไปอีกคน

ปาก.ปี.จอ ที่ว่าคือแมนน่ะเหรอ กุ๊กกิ๊กที่เงียบไปนานพูดขึ้น

อย่าเอ่ยชื่อมันออกมา

จ้า

แล้วนี่ฉันจะจัดการพวกนั้นยังไงดีเนี่ย

ตัดต่อพวกนั้นเป็นรูปโป๊ แล้วประจานทั่วเน็ตเลย ลิซ่าเสนอขึ้นมา

โอ๊ย เก๋ากึ้กย่ะ รูปพวกนั้นมีออกมาเป็นเข่งแล้ว แน๊ตตี้บอก

อย่าบอกนะว่าแกเคยไปดูมาน่ะถึงรู้ กุ๊กกิ๊กถาม

ใช่สิ เอ้ย จะบ้าเหรอ คุณหนูผู้เรียบร้อยอย่างฉันน่ะ ไม่ทำอะไรทุเร.ศแบบนั้นหรอก แน๊ตตี้เปลี่ยนเสียงเป็นนางสาวไทยทันใด

พอเลยยัยพวกนี้ ไม่มีสมองคิดวิธีที่ดีกว่านี้รึไง ดรีมเริ่มทนไม่ไหวอีก

ฉันว่าเราไม่น่าจะไปยุ่งกับพวกเขาเลยนะ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า แยมบอก

โอ๊ย ฉันไม่มานั่งทำตัวเป็นแม่พระอยู่หรอกนะ คอยดูเถอะ ถ้าฉันคิดวิธีดีๆออกเมื่อไหร่นะ พวกนั้นจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต

แต่.. ลิซ่าทำท่าจะแย้งอะไรขึ้นมา

อะไรอีก

ก็เธอก็จัดการแต่นายแมน..เอ้ย นายปาก.ปี.จอนั่นคนเดียวสิ ทำไมต้องไปยุ่งกับอีกสี่คนด้วยล่ะ

จะจัดการอะไร มันก็ต้องถอนรากถอนโคนเข้าใจมั้ย

แต่ว่าฉันว่าน่าจะยกเว้นซักคนสองคนนะ แยมพยายามต่อรอง

ใครล่ะ

ก็พีทไง มือคีย์บอร์ด หนุ่มในฝันของสาวๆ หล่อแบบเงียบๆ ไม่ยุ่งกับใคร แยมบอกถึงหนุ่มในสเป๊ค


ตอนที่ 2 : ขิงก็ราข่าก็แรง

พวกเธอกลับไปเรียนต่อในคาบที่สอง ไม่รู้ทำไม แต่ห้าหนุ่มนั่นก็ยอมย้ายไปนั่งหลังห้อแงแต่โดยดี แต่นายแมนก็อมยิ้มทั้งวันเหมือนมีแผนอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

จนมาถึงคาบพักกลางวัน...

ดำเนินการตามแผนนะ ดรีมซักซ้อมกับทั้งสี่สาว กับแผนที่พึ่งคิดขึ้นสดๆเมื่อครู่

อืม ทั้งสี่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

งั้นก็ไปได้

ดรีมเดินนำหน้าพาอีกสี่คนถือจานข้าวและแก้วน้ำเดินแหวกผู้คนมาจนถึงโต๊ะของห้าหนุ่ม

โอ๊ย ดรีมร้องออกมาด้วยเสียงที่เสแสร้งสุดๆ และบรรจงราดข้าวและนำลงบนหัวของแมน พร้อมๆกับที่อีกสี่สาวราดลงไปบนหัวอีกสี่หนุ่ม อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เปียกเละเชียว

พวกเธอทำบ้าอะไรเนี่ย แมนเริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆ

ขอโทษที ฉันหลุดมืออ่ะ ดรีมยิ้มหวานใส่

อ๋อ พึ่งรู้นะ ว่าพวก DeViL GiRls เป็นง่อย ก็เลยถืออะไรไม่ค่อยได้ แมนโต้กลับอย่างถึงพริกถึงขิง

นายมัน.. ดรีมพูดไม่ออก เมื่อโดนว่าขนาดนี้

เป็นอะไรถ่านหมดเหรอจ๊ะ ทำไมไม่พูดต่อล่ะ พูดสิ แมนยื่นหน้าเข้าไปใกล้

แก ดรีมบีบคอแมนเต็มแรง

อ่อยอ๊ะ(ปล่อยนะ) แมนพูดเสียงอู้อี้

ดรีม พอน่า แยมเข้าไปจะดึงมือออก

ไอ้แมน เดี๋ยวตายแล้วฉันจะเผากระดาษเงินกระดาษทองให้นะเพื่อน โจอี้ขำก๊าก

หุบปาก อยากโดนเหมือนเพื่อนนายรึไงฮะ กุ๊กกิ๊กขู่

กลัวตายล่ะ แบล้ โจอี้แลบลิ้นใส่

ไอ้อ่อยไอ้อั๊ย(ไม่ปล่อยใช่มั้ย) แมนพยายามจะดึงแขนหญิงสาวออก เธอพยายามฝืนแรงเอาไว้ แต่ก็ไม่ไหว..

อ๊าย เธอเสียหลักล้มลง โดยมีแมนล้มลงมาทับ และสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นที่สุดก็เกิด เมื่อปากมาประกบกับปาก

แก ดรีมผลักหน้าชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็วที่สุด

หน้าแดงเชียว คงไม่เคยล่ะสิ แมนถาม

อย่าเสือ.ก ดรีมด่ากราด แล้วผลักออกเขาจนเขาล้มลงกับเก้าอี้ แล้วเธอก็ฝ่าฝูงชนออกไป โดยมีสี่สาวตามไปเหมือนอย่างเคย

ดรีม ไม่เป็นไรใช่มั้ย แยมแตะที่ไหล่เธอ

อย่าจับไหล่ฉัน ดรีมหันมาหาเสียงเหิ้ยม

เห็นมั้ยล่ะ ว่าการต่อกรกับพวกนั้นมีแต่เสียกับเสีย เลิกเหอะนะ ลิซ่าขอร้อง

ไม่มีทางแน่ หมอนั่นหยามฉันเกินพอแล้ว ฉันจะต้องจัดการให้ได้เล้ย ดรีมตะโกนด้วยเสียง 180 เดซิเบลจนดังไปทั่งโรงเรียน

...

เธอพยายามควบคุมความโกรธให้อยู่ในระดับที่ไม่อาละวาด มันเกือบไม่ไหวอยู่แล้ว เมื่อยังเห็นรอยยิ้มกวนๆของหมอนั่นอยู่ ทำไมนะ ทำไมมีเธอเกิดมาแล้ว ถึงต้องส่งคนที่ต่างกับเธอสุดขั้วอย่างเขามาเกิดด้วย มันแย่ที่สุดแล้วในชีวิตนี้ โดยเฉพาะสิ่งแปดเปื้อนที่ริมฝีปากเธอ ที่ทำให้เธออยากจะดึงปากตัวเองทิ้งไปซะเลย...

แต่ตบะเธอก็จำจะต้องแตกอีกครั้ง เมื่อมาถึงตอนเย็นวันนั้น..

นี่ฉันคิดสเตปส์ใหม่มาแล้วนะ วันนี้พวกเธอต้องทำให้ทันฉันล่ะ ดรีมบอกดับอีกสี่สาว พวกเธอคือทีมเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียน และต้องซ็อมที่โรงยิมทุกวัน แต่วันนี้...

อะไรเนี่ย พวกนั้นมาเล่นบาสกันอยู่ที่นี่เหรอ แน๊ตตี้พึมพำเมื่อเห็นห้าหนุ่มวง BoYz กำลังเล่นบาสกันอยู่ โดยมีสาวๆยืนดูกันแถมส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด

ฉันคงต้องจัดการซักหน่อย ดรีมทำหน้าจะเดินลุยเข้าไป

อย่าเลยนะดรีม วันนี้พอแล้วล่ะ แยมห้ามเธอไว้

ไม่ ฉันจะต้องทำให้เห็นดีกันในวันนี้ล่ะ ดรีมไม่ฟังใคร เธอเดินหน้าไปอย่างมั่นใจ

ตุ้บ ลูกบาสโหม่งหัวดรีมเต็มๆ แล้วกลิ้งไปอยู่ที่ขาแน๊ตตี้

โทษทีครับ โตโต้เดินยิ้มหรามาหาแน๊ตตี้ พร้อมกับหยิบลูกบาสกลับไป

ไม่เป็นไรค่ะ คนหล่อๆ ทำอะไรก็ไม่ผิด แน๊ตตี้หลงเสน่ห์เขาเข้าให้แล้ว

นายสั่งให้เพื่อนนาย โหม่งลูกใส่ฉันใช่มั้ย ดรีมหันไปส่งแววตาโหดใส่คู่อาฆาตของเธอ

เปล่า แมนตอบหน้าตาย

ฉันไม่เชื่อ

ก็ความจริงแล้ว ฉันโหม่งใส่เธอเองเลยไงล่ะ แหะๆ แมนยิ้มยิงฟันอย่างไม่กลัวเกรง

ฉันจะหาคำไหนมานิยามนายดีนะ ดรีมพูดอย่างทนไม่ไหว

ฉันว่าเธอน่าจะกลับไปคิดซะก่อนนะ ว่าเธอจะนิยามตัวเองยังไง แมนโต้กลับอีก

ฉันจะทนนายไม่ได้แล้วนะ

ทำไม ฉันมันมีเสน่ห์เย้ายวนขนาดนั้นเลยเหรอ แมนทำหน้าทำตาเซ็กซี่

แก ดรีมเหวี่ยงหมัดใส่เขาอีก และเขาก็รับได้อีกตามเคย

น่าจะรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอชกมา เอ๊ะ เอาแบบเมื่อตอนกลางวันอีกดีมั้ยน้า

ปล่อย ดรีมดึงมือตัวเองออกมา

แล้วเธอขึ้นมาเพื่อหาเรื่องฉันอย่างเดียวเลยรึไง

ใครบอกว่าฉันมาหาเรื่องนาย นายจะสำคัญตัวผิดเกินไปแล้วมั้ง

แล้วมาทำไมครับ

ก็...ฉันจะซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ นายน่ะลงไปเล่นบาสข้างล่างไป ดรีมพยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุด

ฉันไม่ไป


อย่ามากวนฉันได้มั้ย

กวนอะไรมิทราบ ฉันถามจริงเถอะ ทำไมพวกเธอต้องมาทำตัววางอำนาจในโรงเรียนด้วยฮะ มันมีความสุขนักหรอไงมิทราบ

มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย

ไม่เกี่ยวก็ได้ งั้นเอางี้ เรามาแข่งบาสกัน ถ้าเธอชนะ เธอคิดจะทำอะไรกับฉันก็ได้ แต่ถ้าฉันชนะ เธอต้องยอมเป็นทาสฉัน

แน่ใจนะ ที่นายพูดน่ะ

แน่ดิ

งั้นก็เอาเลย

เฮ้ย ดรีม แต่เธอไม่เก่งบาส ลิซ่าแย้งขึ้นมา

หุบปาก ดรีมสั่ง

จ้ะ

ตกลงเธอแข่งแน่นะ

ก็บอกว่าแน่ไง ฟังภาษาคนไม่เป็นรึไง

งั้น เราแข่งกันใครชู้ตบาสลงสามลูกก่อน ก็ชนะ โอเค

ได้เลย นายห้ามตุกติกนะ

แน่อยู่แล้ว

งั้นก็เริ่ม

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น ดรีมนั้นต้องยอมรับเลยว่าเขาเก่งจริงๆ แต่เธอจะยอมแพ้ไม่ได้ และเธอก็จะต้องทำให้เขาแพ้เธอให้ได้

ในขณะสำหรับที่แมนแล้ว ดรีมเป็นเหมือนของเล่นชิ้นใหม่ ที่น่าสนใจสำหรับเขา เขาดูเล่นไปตามสบาย และต้องแอบขำเมื่อเห็นความพยายามเกินเหตุของหญิงสาว ความจริงเขาอยากจะปรายนี แต่มือก็พลาดทำลูกลงไปสองลูกแล้ว

เฮ้ยแกล้งแพ้หน่อยดิวะ อยากทำผู้หญิงร้องไห้เหรอ โจอี้บอก

ไม่มีทางหรอกย่ะ เพื่อนฉันไม่มีทางแพ้เพื่อนนายแน่ กุ๊กกิ๊กโต้กลับ

แล้วก็จะคอยดู

ดรีมเจ็บใจมากที่ใกล้จะแพ้ เขาทำท่าจะทำอีกลูกเข้าไป แต่เธอก็ดูออกว่าเขาแกล้งทำให้ไม่ได้ มันยิ่งหยามเธอเข้าไปอีก และเธอก็แทบจะทนไม่ไหวอีกแล้ว

อ๊าย ดรีมกระโดดขึ้นไปปัดลูกของแมนที่กำลังจะลงห่วง แต่เธอก็เสียหลักล้มลงจนหัวโขกพื้น

เป็นไงบ้างอ่ะ เลือดออกนี่ แมนรีบวิ่งไปดู

เพี๊ยะ

โอ๊ยเธอตบฉันทำไมอ่ะ

อย่ามายุ่งกับฉัน ไอ้คนบ้า เธอผลักออกเขา แล้ววิ่งหนีออกจากโรงยิมไป

ดรีม สี่สาววิ่งตามมา

อย่าตามมาเข้าใจมั้ย วันนี้อย่าโทรหาฉันด้วย ดรีมสั่ง แล้ววิ่งหนีไป

เห็นมั้ยว่าเพื่อนเธอก็แพ้ โจอี้พูดขึ้นมา

ยังไม่แพ้นะ สี่สาวแย้ง

ก็เป็นพวกกลัวการแพ้ไง เลยแกล้งเลิกไปซะก่อน โจอี้บอก

หุบๆ ปากไปอีกคนเลยนะ ก่อนที่นายจะไม่เหลือมือไว้เล่นเบส กุ๊กกิ๊กขู่

น่ากลัวตายเลยเนอะ ยัยแว่น โจอี้ทำท่ากลัวจนตัวสั่น

หุบปากเลยไอ้หัวทอง กุ๊กกิ๊กโต้กลับอีก

เออ..ฉันฝากขอโทษเพื่อนเธอด้วยนะ ที่ทำเค้าเจ็บ แมนพูดเบาๆ

เค้าคงไม่รับคำขอโทษของนายหรอก ฉันว่าแน๊ตตี้บอก

พวกเราไปกันเหอะ แยมสะกิดอีกสามคน แล้วทั้งสี่ก็ดินออกจากโรงยิมไป

เป็นประสบการณ์เยี่ยมยอดต้อนรับเปิดเทอมเลยนะเนี่ย โจอี้พึมพำ

ฉันก็ว่างั้น แต่ละคนดูท่าทางน่าสนใจไม่เบา โตโต้ทำหน้าตาแบบที่เพื่อนๆรู้ดีว่าเริ่มจะหลีสาวแล้ว

เว้นยัยดรีมนั่นไว้ซักคนก็ดีนะ โจอี้บอก

ใช่ๆต้องให้ไอ้แมนมัน

ฉันขอตัว แมนเดินออกจากโรงยิมไป

เป็นอะไรของมันอีกคนนะ

ไม่ได้ เข้าใจมั้ย นี่เป็นคำสั่ง ฉันจะจัดการให้หมด ถ้าให้ดี จะจัดการให้ไม่มีเสียงมาแหกปากร้องเพลงอีกเลย เชอะ

พอดีเห็นมันสนุกดีนะเลยเอามาฝากกัน หวังว่าทุกคนจะชอบนะ

by : tanzaa


edit @ 2005/07/28 18:18:39

2005/Jul/24

เกิดอุบัติเหตุและฆาตกรรมทั้งในโลกพ่อมดและมักเกิ้ล ฟัดจ์ถูกปลดจากรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์ และรูฟัส สกริมเจอร์ ได้เป็นแทน ทั้งสองคนมาแจ้งเหตุให้นายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ลให้ทราบเพื่อจะได้ระวังตัว
นาซิสซาและเบลลาทริกซ์เดินทางมาหาสเนปที่บ้าน ปรากฎว่าสเนปยังจงรักภักดีต่อโวลเดอมอร์ และทำหน้าที่สายลับในฮอกวอร์ต โวลเดอมอร์มีแผนจะใช้เดรโกกระทำบางอย่าง นาซิสซาจึงขอให้สเนปสาบานว่าจะช่วยดูแลลูกชาย
ดัมเบิลดอร์มารับแฮร์รี่ที่บ้านลุงกับป้า ด้วยมือที่บาดเจ็บข้างหนึ่งและยังสวมแหวนแปลกประหลาด อาจารย์ใหญ่บอกว่า แฮร์รี่ได้มรดกจากซีเรียสทั้งหมดรวมทั้งครีเชอร์ด้วย แฮร์รี่ตัดสินใจส่งครีเชอร์ไปทำงานที่ฮอกวอร์ต ดัมเบิลดอร์พาแฮร์รี่ไปหาเพื่อนเก่าชื่อ โฮเรส สลักกอร์น เพื่อขอให้กลับไปช่วยที่ฮอกวอร์ต แฮร์รี่ได้รู้ว่า สลักกอร์นเคยเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน และตระกูลแบล็คเคยอยู่บ้านนี้ทุกคนนอกจาก ซีเรียส หลังจากนั้นก็ไปส่งเด็กหนุ่มที่บ้านโพรงกระต่าย ก่อนจะไปได้บอกว่า เปิดเทอมนี้จะสอนวิชาพิเศษให้เขา โดยให้คำเตือนไว้ 2 ข้อ คือ เก็บผ้าคลุมล่องหนไว้กับตัวเสมอ กับ ห้ามออกไปเพ่นพ่าน แฮร์รี่พบท็องส์เดินสวนออกมา เธอดูทรุดโทรมและซึมเศร้า แฮร์รี่คิดว่าเป็นเพราะเธอเสียใจเรื่องซีเรียส และเมื่อพบว่าเธอเป็นอย่างนี้ในครั้งหลังๆ และได้เห็นเงาผู้พิทักษ์ของเธอ เขาจึงสันนิษฐานว่า เป็นเพราะเธอมีใจให้พ่อทูนหัวของเขา
แฮร์รี่ เล่าเรื่องลูกแก้วพยากรณ์ให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟังตามที่ดัมเบิลดอร์บอก เขาพบว่า เฟลอร์ เดอลากูร์มาอยู่ที่บ้านโพรงกระต่ายเพราะกำลังจะแต่งงานกับบิล โดยที่คุณนายวีสลีย์ไม่ค่อยเห็นชอบเท่าไหร่ นกฮูกส่งผลการสอบ ว.พ.ร.ส. มาให้ ทั้งแฮร์รี่และรอนได้คะแนนสูงพอที่จะเป็นมือปราบมารและแฮร์รี่ยังได้เป็นกัปตันทีมควิดดิชอีกด้วย ระหว่างนั้นมีข่าวการถูกทำร้ายและการหายตัวไปของพ่อมดอีกหลายคนรวมทั้งโอลิแวนเดอร์ เจ้าของร้านขายไม้กายสิทธิ์กับฟอร์เตสคิว เจ้าของร้านไอสครีมด้วย

ในวันที่ไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ มีเรื่องกับมัลฟอยและแม่ ก่อนที่จะไปที่ร้านของเฟร็ดกับจอร์จที่อวดผลงานมากมาย แฮร์รี่สังเกตเห็นมัลฟอยเดินผ่านหน้าร้านตามลำพัง ทั้งสามคนใช้ผ้าคลุมล่องหนตามไป เห็นมัลฟอยเข้าไปในร้าน บอร์เจนและเบิร์ก เขาถามถึงวิธีการซ่อมแซมอะไรบางอย่างจากเจ้าของร้าน กับให้เก็บของอย่างหนึ่งไว้ให้เขา เฮอร์ไมโอนี่ออกไปตีขลุมถามเจ้าของร้านและพบว่า ของที่เดรโกให้เก็บเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง
ในวันที่นั่งรถไฟไปฮอกวอร์ต แฮร์รี่พบสลักกอร์น และได้รับเชิญให้เข้าร่วมชมรมซึ่งสลักกอร์นรวบรวมเด็กเก่งและมีชื่อเสียงไว้ด้วยกัน แฮร์รี่แอบตามไปดูมัลฟอยโดยใช้ผ้าคลุมล่องหนแต่ถูกจับได้และถูกทำร้าย แต่ท็องส์ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่ฮอกส์มี้ดมาช่วยไว้ได้เมื่อรถไฟมาถึงโรงเรียน เขาได้รู้ว่าสลักกอร์นได้รับเชิญให้มาสอนวิชาปรุงยาขณะที่สเนปได้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เนื่องจากในปีนี้นักเรียนจะสามารถยกเว้นวิชาที่ไม่ต้องการ แฮร์รี่จึงไม่ได้ซื้อหนังสือวิชาปรุงยา มักกอลนากัลทราบก็บอกว่า สลักกอร์นน่าจะมีให้ยืม นอกจากนี้สามสหายยังเลิกเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษซึ่งยังความผิดหวังให้กับแฮกริดอย่างยิ่ง
เมื่อถึงวิชาปรุงยา สลักกอร์นให้แฮร์รี่ยืมหนังสือเก่าที่อยู่ในตู้หนังสือในห้อง เด็กหนุ่มพบว่า หนังสือที่เขาใช้มีโน้ตอยู่เต็มไปหมด และยังเขียนว่าเป็นของ Half-Blood Prince เมื่อถึงเวลาเรียนเขาทำตามที่โน้ตเขียนไว้และประสบความสำเร็จขนาดชนะเฮอร์ไมโอนี่ สลักกอร์นซึ่งชื่นชอบแฮร์รี่เป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วให้ยา โชคดี ขวดหนึ่งเป็นรางวัล ขณะที่ในวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สเนปเริ่มสอนการใช้เวทย์มนต์โดยไม่ท่องคาถา รวมถึงวิชาอื่นๆ เช่นกัน และในปีนี้พวกเขาจะได้เรียนวิชาหายตัวอีกด้วย แฮร์รี่ใช้หนังสือเล่มนั้นต่อๆ มาแม้เฮอร์ไมโอนี่จะคัดค้านแต่ทั้งเขาและรอนไม่ได้สนใจ เพราะนอกจากวิธีปรุงยา ยังมีโน้ตคาถาแปลกๆ อีกด้วย

เมื่อถึงเวลานัดหมายไปเรียนพิเศษกับดัมเบิลดอร์ แต่ละครั้ง แทนที่จะสอน ครูใหญ่กลับพาเด็กหนุ่มเข้าไปในเพนซีฟเพื่อดูความจำเรื่องอดีตของลอร์ดโวลเดอมอร์เท่าที่ดัมเบิลดอร์จะรวบรวมได้จากความทรงจำของหลายๆ คนรวมทั้งตัวเขาเอง แฮร์รี่จึงได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เป็นเชื้อสายของซัลลาซาร์ สลิธีริน แฮร์รี่ได้เห็น มาร์โวโล กอนท์ ผู้เป็นตา มอร์ฟินผู้เป็นลุง และเมอโรปี แม่ของโวลเดอมอร์ พวกเขาครอบครองแหวนกับจี้ห้อยคอซึ่งเป็นมรดกตกทอด เมอโรปีหลงรักมักเกิ้ลชื่อ ทอม ริดเดิ้ล เมื่อเธออยู่ตามลำพังหลังจากพ่อและพี่ชายถูกจับข้อหาทำร้ายมักเกิ้ลและเจ้าพนักงาน เธอก็ใช้ยาเสน่ห์กับริดเดิ้ลและหนีไปกับเขา หากเมื่อเธอเลิกใช้ยาในภายหลัง เขาก็หนีเธอมาทั้งๆ ที่เธอกำลังตั้งท้อง เธอหมดอาลัยตายอยาก และยากจนถึงกับต้องขายมรดกไปถูกๆ เธอซมซานไปจนถึงบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง เมื่อคลอดลูกแล้วก็ตายไป ต่อมาดัมเบิลดอร์เป็นผู้ไปหาริดเดิ้ลเพื่อแจ้งเรื่องที่ได้เข้าเรียนในฮอกวอร์ต เขาผมว่า ริดเดิ้ลส่อแวว ทะนงตน ชอบเอาชนะ และพอใจกับการทำร้ายคนมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งชอบเก็บของผู้ถูกทำร้ายไว้ต่างถ้วยรางวัล แฮร์รี่ยังได้รู้ว่าริดเดิ้ลเคยอยู่ในชมรมของสลักเกิ้ล เขาเห็นริดเดิ้ลถามเรื่อง ผนึกวิญญาณ (Horcruxes) แต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไรความทรงจำช่วงนี้ก็ขาดหายเพราะสลักเกิ้ลผู้เป็นเจ้าของได้ลบความทรงจำส่วนนี้ไป ดัมเบิลดอร์ให้เด็กหนุ่มไปถามแต่ก็ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมตอบ
ระหว่างนั้น แคตี้ เบล ถูกวางยาหลังจากไปเก็บสร้อยประหลาดเส้นหนึ่งได้ที่ร้านไม้กวาดสามอันและเจ็บถึงขนาดส่งเซ็นต์มังโก แฮร์รี่สงสัยว่าเป็นมัลฟอยแต่ไม่มีหลักฐาน เขาให้ครีชเชอร์กับด็อบบี้ตามสอดแนมแต่ก็ไม่ได้เรื่อง เขาเคยใช้แผนที่ตัวกวนแต่ก็ไม่พบมัลฟอย ราวกับฝ่ายนั้นหายไปจากปราสาท แฮร์รี่เกิดความรู้สึกแปลกๆ กับจินนี่ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่มีท่าทางเย็นชาต่อรอนซึ่งคบกับลาเวนเดอร์ เขาลองใช้ยาโชคดีนิดหน่อยจนจินนี่เลิกกับดีน และหันมาคบกับเขาในที่สุด

ในวันคริสต์มาสที่แฮร์รี่มาพักที่บ้านโพรงกระต่าย สกริมเจอร์รัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์คนใหม่มาพบเขาและเสนองานในกระทรวงให้แต่จะให้เขาคอยสอดแนมดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ปฏิเสธ หลังจากนั้น เมื่อถึงวันเกิดของรอนปรากฏว่ารอนถูกวางยา แฮร์รี่พยายามพาไปให้สลักกอร์นช่วยกลายเป็นอาการทรุดลง คนที่ช่วยกลับกลายเป็นสเนป เรื่องนี้จับมือใครดมไม่ได้เช่นกัน หลังจากนั้นรอนเลิกกับลาเวนเดอร์
ในการพบกับดัมเบิลดอร์ครั้งต่อๆ มา แฮร์รี่ได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เคยสมัครเป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับดิพพิต อาจารย์ใหญ่คนเก่า ดัมเบิลดอร์ให้ข้อสัณนิษฐานว่าเพราะเจ้าแห่งศาสตร์มืดอาจจะมีแผนค้นหาความลับในปราสาทและชักจูงพ่อมดหนุ่มสาว เมื่อถูกปฏิเสธเพราะอายุน้อยเกินไป เขาก็ไปทำงานในร้านบอร์เจนและเบิร์กซึ่งทำให้ได้มีโอกาสหาของมากมาย ครั้งหนี่งเขาไปติดต่อกับแม่มดคนหนึ่งซึ่งชอบเขามากถึงกับอวดของสะสมที่มีค่าที่สุดคือถ้วยของ เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ กับ จี้ห้อยคอของซัลลาซาร์ สลิธีริน สองวันต่อมาแม่มดผู้นี้ก็ถูกฆ่า และเอล์ฟประจำบ้านซึ่งเป็นเจ้าของความทรงจำนี้ก็ถูกกล่าวหา ของทั้งสองอย่างหายไป ต่อมาโวลเดอมอร์มาเสนอตัวกับดัมเบิลดอร์อีกครั้งแต่ถูกปฏิเสธ นับตั้งแต่นั้น ไม่เคยมีอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่สอนเกินกว่า 1 ปี ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นเพราะเขาต้องหารจะหาสมบัติของเรเวนคลอกับกริฟฟินดอร์ด้วย
แฮกริดมีจดหมายมาบอกว่า อาราก็อก แมงมุมยักษ์ซึ่งป่วยมานานแล้วตายลง เขาจะทำพิธีศพให้ในตอนค่ำ แฮร์รี่จึงลอบออกไปโดยใช้ยาโชคดีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เขาพบกับสลักกอร์น และเกลี้ยกล่อมจนอีกฝ่ายยอมถอดความทรงจำออกมาให้ ดัมเบิลดอร์กับแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ผนึกวิญญาณเป็นเครื่องมือที่ใช้เก็บวิญญาณที่ถอดออกจากร่างเพื่อให้เป็นอมตะ เพราะเหตุนั้นโวลเดอมอร์จึงไม่ตายด้วยคำสาปสะท้อนกลับตอนที่ไปฆ่าแฮร์รี่ที่ยังเล็ก แต่การที่จะทำผนึกวิญญาณได้จะต้องฆ่าคน โวลเดอมอร์แบ่งวิญญาณออกเป็น 7 ส่วน ดัมเบิลดอร์บอกว่า ส่วนหนึ่งถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกที่แฮร์รี่ทำลายไปเมื่อตอนปีสอง ส่วนหนึ่งอยู่ในแหวนที่แฮร์รี่เคยเห็นอาจารย์ใหญ่ใส่ และถูกทำลายไปเช่นกัน ดัมเบิลดอร์กำลังหาส่วนอื่นๆ อยู่ ดัมเบิลดอร์ยังสัณนิษฐานว่า อาจจะอยู่ที่กอดริกฮอลโล่วด้วยอันหนึ่ง

ครั้งหนึ่งแฮร์รี่มีเรื่องกับมัลฟอย เขาใช้คาถาที่ได้จากสมุดของ Half-blood Prince โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาโดนสเนปคาดคั้นแต่เขาไม่ตอบ ขณะที่แฮร์รี่กำลังจะไปพบครูใหญ่ เขาพบทริลอร์นี่ย์กลางทางและได้รู้เรื่องว่า ตอนที่เธอมาสัมภาษณ์เมื่อเข้าทำงานเมื่อสิบห้าปีก่อน เธอพบสเนปแอบฟังอยู่ตรงประตู แฮร์รี่บอกเรื่องนี้ให้ครูใหญ่ทราบแต่ชายชราก็ยังปกป้องสเนปเหมือนกับที่ทำทุกครั้งซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธ แต่ดัมเบิลดอร์บอกแฮร์รี่ว่า เขาจะไปหาผนึกวิญญาณอีกอันหนึ่งและให้แฮร์รี่ไปด้วย ก่อนไปครูใหญ่ขอให้เด็กหนุ่มสัญญาว่าจะทำตามที่เขาสั่งเช่น ซ่อนตัว วิ่ง หรือ หนี แฮร์รี่จำต้องรับคำ ทั้งสองคนไปถึงถ้ำแห่งหนึ่ง การจะเปิดถ้าต้องใช้เลือด ซึ่งดัมเบิลดอร์เป็นผู้ทำเอง โดยไม่ยอมให้แฮร์รี่ทำ ภายในถ้ำมีบ่อน้ำใหญ่มีเกาะตรงกลาง มีเรือลำหนึ่งซึ่งทั้งคู่ใช้ไปที่เกาะ แฮร์รี่สังเกตว่าในน้ำมีศพคนตาย ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นผีดิบที่โวลเดอมอร์จะเรียกใช้งาน การที่จะปราบผีดิบพวกนี้ต้องใช้ไฟ เมื่อถึงกลางเกาะก็เห็นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนแท่นมีอ่างที่มีน้ำยา ดัมเบิลดอร์แน่ใจว่าผนึกวิญญาณน่าจะอยู่ในอ่าง ดัมเบิลดอร์บอกว่า การที่จะเอากล่องบรรจุวิญญาณจะต้องดื่มน้ำยาให้หมด เขาเป็นคนกินยาเอง เมื่อกินเข้าไปทำให้เหมือนฝันร้าย แฮร์รี่พยายามให้เขากินยาจนหมดตามที่ได้รับคำสั่ง จนกระทั่งยาแห้ง แต่ดัมเบิลดอร์แทบไม่มีแรงเหลือ แต่ก็ยังเอาจี้ในอ่างมาได้ แฮร์รี่ถูกผีดิบโจมตีแต่ดัมเบิลดอร์รวบรวมกำลังเสกไฟขับไล่ และพาแฮร์รี่กลับมาฮอกส์มี้ด ที่นั่นพวกเขาพบตรามารบนฟ้า ทั้งสองคนใช้ไม้กวาดบินกลับไปที่ปราสาท โดยที่ดัมเบิลดอร์บอกให้แฮร์รี่ใช้ผ้าคลุมล่องหน เขาพบเดรโกอยู่ที่หอคอยแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า เดรโกได้รับคำสั่งจากโวลเดอมอร์ให้หาทางพาผู้เสพความตายเข้ามาในปราสาทด้วยตู้ที่มอนเตกูร์เคยหลงเข้าไป ตู้นั้นมีทางติดต่อระหว่างปราสาทกับร้าน บอร์เจนและเบิร์ก ซึ่งขณะนี้ผู้เสพความตายกำลังสู้อยู่กับพวกภาคี นอกจากนี้เขายังได้รับคำสั่งฆ่าดัมเบิลดอร์แต่ไม่สำเร็จ ครั้งแรกคือการหาคนส่งสร้อยคอที่แคตี้ เบลล์เก็บได้ เขายังใช้คาถาสะกดใจกับมาดามโรสเมอร์ทาร์ให้ร่วมมือโดยที่เธอไม่รู้ตัว ซึ่งยาพิษอยู่ในไวน์ที่สลักกอร์นให้รอนดื่มนั่นเอง

ระหว่างนั้นมีผู้เสพความตายเข้ามา และใช้พวกมากเข้ารุมจนดัมเบิลดอร์ล้มลง แต่แล้วสเนปก็เข้ามา สเนปใช้คาถาพิฆาตกับดัมเบิลดอร์ก่อนจะพากันหนี แฮร์รี่ตามสเนปไป เขาพยายามใช้คาถาที่ได้มาจากโน้ตแต่กลับใช้กับสเนปไม่สำเร็จ สเนปบอกว่าโน้ตนั้นเป็นของเขาเอง ผู้เสพความตายหลายคนหนีไปได้รวมทั้งสเนปกับเดรโกด้วย แฮร์รี่มาพบภายหลังว่า จี้นั้นเป็นของปลอมด้วยข้อความบางอย่างที่ลงชื่อว่า R.A.B บิลถูกผู้เสพความตายคนหนึ่งซึ่งเป็นมนุษย์หมาป่าทำร้ายแต่เฟลอร์ยืนยันว่าจะแต่งงานกับเขา ครั้งนี้เองแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ท็องส์มีใจให้ลูปิน เรื่องของบิลจึงเป็นเหตุให้ลูปินยอมรับน้ำใจของเธอ
เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า พบเรื่องของแม่สเนปที่นามสกุลเก่าคือ Prince และแต่งงานกับมักเกิ้ล เหตุที่สเนปทิ้งตำราไว้ที่ห้องทำงานเพราะเกรงจะถูกดัมเบิลดอร์จับได้นั่นเอง ส่วนการที่ไม่มีใครจับพิรุธเขาได้เนื่องจากความ X วชาญในการกำบังจิต ดังนั้นสเนปก็คือ Half Blood Prince ส่วนการที่ไม่พบร่องรอยของเดรโกก็เพราะใช้ของบางอย่างจากร้านของเฟร็ดกับจอร์จ นั่นเอง
งานศพของดัมเบิลดอร์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเศร้าสลด มีผู้มาไว้อาลัยกันมากมายรวมทั้งพวกเงือกกับเซนทอร์ แฮร์รี่ตกลงใจว่าจะไม่กลับมาเรียนในปีหน้าแต่จะไปกอดริก ฮอลโลว์ที่บ้านเดิมเพื่อหาผนึกวิญญาณที่น่าจะอยู่ที่นั่น รอนกับเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าจะไปด้วยกันกับแฮร์รี่อย่างเคย

-*P.$*-
= ช่วงแรกๆของเล่ม 6 เป็นที่รู้กันว่าจินนี่ออกเดทและกิ๊กอยู่กับดีน ระหว่างนั้น ตัวแฮร์รี่เริ่มรู้สึกแปลกๆ เช่น ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรงทุกครั้งเมื่อเห็นจินนี่ และโดยเฉพาะเมื่อเห็นจินนี่กุ๊กกิ๊กกับดีน แต่แฮร์รี่พยายามข่มใจตัวเองไว้ บอกว่าจินนี่เป็นน้องสาวของรอนนะ แล้วรอนก็เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแฮร์รี่ ดังนั้นที่แฮร์รี่รู้สึกแปลกๆ ก็อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกเป็นห่วงแบบพี่ชาย (ก็เห็นกันมา 5-6 ปีแล้วนี่นะ) จงข่มใจไว้ๆๆๆๆ ก็เป็นแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งประมาณท้ายๆเล่ม (ไม่แน่ใจ) ช่วงที่แข่งควิดดิชรอบสุดท้าย ซึ่งแฮร์รี่ถูกสเนปกักบริเวณ ทำให้ไม่สามารถลงแข่งนัดนั้นได้ พอโดนกักบริเวณเสร็จ ก็เป็นเวลาหลังจากที่ควิดดิชแข่งกันเสร็จแล้ว แฮร์รี่ก็วิ่งเข้าไปเจอเพื่อนๆในห้องนั่งเล่นรวม ซึ่งทุกคนกำลังดีอกดีใจกันยกใหญ่ที่แข่งควิดดิชชนะ แล้วพอจินนี่เห็นแฮร์รี่ จินนี่ก็วิ่งเข้ามากอดแฮร์รี่ด้วยความดีใจ ทันใดนั้นเอง ภาพที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ๆแฮร์รี่ก็ก้มลงจูบจินนี่อย่างดูดดื่ม (สงสัยว่าจะกดดัน+ดีใจ+ตื่นเต้นจัดจนลืมตัว) ท่ามกลางสายตาฝูงชนประมาณ 50 คน (ถ้าจำไม่ผิด) ทุกคนนิ่ง อึ้ง เงียบกริบไปเลย ... เอิ่กๆๆ
แล้วหลังจากนั้นมา ก็เป็นที่รู้กันว่า 2 คนนี้เป็นกิ๊กกันไปแล้ว หลังจากวันนั้นก็มีฉากกุ๊กกิ๊กอีกหลายฉาก (น่ารักดี)
เกิดอุบัติเหตุและฆาตกรรมทั้งในโลกพ่อมดและมักเกิ้ล ฟัดจ์ถูกปลดจากรัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์ และรูฟัส สกริมเจอร์ ได้เป็นแทน ทั้งสองคนมาแจ้งเหตุให้นายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ลให้ทราบเพื่อจะได้ระวังตัว
นาซิสซาและเบลลาทริกซ์เดินทางมาหาสเนปที่บ้าน ปรากฎว่าสเนปยังจงรักภักดีต่อโวลเดอมอร์ และทำหน้าที่สายลับในฮอกวอร์ต โวลเดอมอร์มีแผนจะใช้เดรโกกระทำบางอย่าง นาซิสซาจึงขอให้สเนปสาบานว่าจะช่วยดูแลลูกชาย
ดัมเบิลดอร์มารับแฮร์รี่ที่บ้านลุงกับป้า ด้วยมือที่บาดเจ็บข้างหนึ่งและยังสวมแหวนแปลกประหลาด อาจารย์ใหญ่บอกว่า แฮร์รี่ได้มรดกจากซีเรียสทั้งหมดรวมทั้งครีเชอร์ด้วย แฮร์รี่ตัดสินใจส่งครีเชอร์ไปทำงานที่ฮอกวอร์ต ดัมเบิลดอร์พาแฮร์รี่ไปหาเพื่อนเก่าชื่อ โฮเรส สลักกอร์น เพื่อขอให้กลับไปช่วยที่ฮอกวอร์ต แฮร์รี่ได้รู้ว่า สลักกอร์นเคยเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน และตระกูลแบล็คเคยอยู่บ้านนี้ทุกคนนอกจาก ซีเรียส หลังจากนั้นก็ไปส่งเด็กหนุ่มที่บ้านโพรงกระต่าย ก่อนจะไปได้บอกว่า เปิดเทอมนี้จะสอนวิชาพิเศษให้เขา โดยให้คำเตือนไว้ 2 ข้อ คือ เก็บผ้าคลุมล่องหนไว้กับตัวเสมอ กับ ห้ามออกไปเพ่นพ่าน แฮร์รี่พบท็องส์เดินสวนออกมา เธอดูทรุดโทรมและซึมเศร้า แฮร์รี่คิดว่าเป็นเพราะเธอเสียใจเรื่องซีเรียส และเมื่อพบว่าเธอเป็นอย่างนี้ในครั้งหลังๆ และได้เห็นเงาผู้พิทักษ์ของเธอ เขาจึงสันนิษฐานว่า เป็นเพราะเธอมีใจให้พ่อทูนหัวของเขา
แฮร์รี่ เล่าเรื่องลูกแก้วพยากรณ์ให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟังตามที่ดัมเบิลดอร์บอก เขาพบว่า เฟลอร์ เดอลากูร์มาอยู่ที่บ้านโพรงกระต่ายเพราะกำลังจะแต่งงานกับบิล โดยที่คุณนายวีสลีย์ไม่ค่อยเห็นชอบเท่าไหร่ นกฮูกส่งผลการสอบ ว.พ.ร.ส. มาให้ ทั้งแฮร์รี่และรอนได้คะแนนสูงพอที่จะเป็นมือปราบมารและแฮร์รี่ยังได้เป็นกัปตันทีมควิดดิชอีกด้วย ระหว่างนั้นมีข่าวการถูกทำร้ายและการหายตัวไปของพ่อมดอีกหลายคนรวมทั้งโอลิแวนเดอร์ เจ้าของร้านขายไม้กายสิทธิ์กับฟอร์เตสคิว เจ้าของร้านไอสครีมด้วย

ในวันที่ไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ มีเรื่องกับมัลฟอยและแม่ ก่อนที่จะไปที่ร้านของเฟร็ดกับจอร์จที่อวดผลงานมากมาย แฮร์รี่สังเกตเห็นมัลฟอยเดินผ่านหน้าร้านตามลำพัง ทั้งสามคนใช้ผ้าคลุมล่องหนตามไป เห็นมัลฟอยเข้าไปในร้าน บอร์เจนและเบิร์ก เขาถามถึงวิธีการซ่อมแซมอะไรบางอย่างจากเจ้าของร้าน กับให้เก็บของอย่างหนึ่งไว้ให้เขา เฮอร์ไมโอนี่ออกไปตีขลุมถามเจ้าของร้านและพบว่า ของที่เดรโกให้เก็บเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง
ในวันที่นั่งรถไฟไปฮอกวอร์ต แฮร์รี่พบสลักกอร์น และได้รับเชิญให้เข้าร่วมชมรมซึ่งสลักกอร์นรวบรวมเด็กเก่งและมีชื่อเสียงไว้ด้วยกัน แฮร์รี่แอบตามไปดูมัลฟอยโดยใช้ผ้าคลุมล่องหนแต่ถูกจับได้และถูกทำร้าย แต่ท็องส์ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่ฮอกส์มี้ดมาช่วยไว้ได้เมื่อรถไฟมาถึงโรงเรียน เขาได้รู้ว่าสลักกอร์นได้รับเชิญให้มาสอนวิชาปรุงยาขณะที่สเนปได้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เนื่องจากในปีนี้นักเรียนจะสามารถยกเว้นวิชาที่ไม่ต้องการ แฮร์รี่จึงไม่ได้ซื้อหนังสือวิชาปรุงยา มักกอลนากัลทราบก็บอกว่า สลักกอร์นน่าจะมีให้ยืม นอกจากนี้สามสหายยังเลิกเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษซึ่งยังความผิดหวังให้กับแฮกริดอย่างยิ่ง
เมื่อถึงวิชาปรุงยา สลักกอร์นให้แฮร์รี่ยืมหนังสือเก่าที่อยู่ในตู้หนังสือในห้อง เด็กหนุ่มพบว่า หนังสือที่เขาใช้มีโน้ตอยู่เต็มไปหมด และยังเขียนว่าเป็นของ Half-Blood Prince เมื่อถึงเวลาเรียนเขาทำตามที่โน้ตเขียนไว้และประสบความสำเร็จขนาดชนะเฮอร์ไมโอนี่ สลักกอร์นซึ่งชื่นชอบแฮร์รี่เป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วให้ยา โชคดี ขวดหนึ่งเป็นรางวัล ขณะที่ในวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สเนปเริ่มสอนการใช้เวทย์มนต์โดยไม่ท่องคาถา รวมถึงวิชาอื่นๆ เช่นกัน และในปีนี้พวกเขาจะได้เรียนวิชาหายตัวอีกด้วย แฮร์รี่ใช้หนังสือเล่มนั้นต่อๆ มาแม้เฮอร์ไมโอนี่จะคัดค้านแต่ทั้งเขาและรอนไม่ได้สนใจ เพราะนอกจากวิธีปรุงยา ยังมีโน้ตคาถาแปลกๆ อีกด้วย

เมื่อถึงเวลานัดหมายไปเรียนพิเศษกับดัมเบิลดอร์ แต่ละครั้ง แทนที่จะสอน ครูใหญ่กลับพาเด็กหนุ่มเข้าไปในเพนซีฟเพื่อดูความจำเรื่องอดีตของลอร์ดโวลเดอมอร์เท่าที่ดัมเบิลดอร์จะรวบรวมได้จากความทรงจำของหลายๆ คนรวมทั้งตัวเขาเอง แฮร์รี่จึงได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เป็นเชื้อสายของซัลลาซาร์ สลิธีริน แฮร์รี่ได้เห็น มาร์โวโล กอนท์ ผู้เป็นตา มอร์ฟินผู้เป็นลุง และเมอโรปี แม่ของโวลเดอมอร์ พวกเขาครอบครองแหวนกับจี้ห้อยคอซึ่งเป็นมรดกตกทอด เมอโรปีหลงรักมักเกิ้ลชื่อ ทอม ริดเดิ้ล เมื่อเธออยู่ตามลำพังหลังจากพ่อและพี่ชายถูกจับข้อหาทำร้ายมักเกิ้ลและเจ้าพนักงาน เธอก็ใช้ยาเสน่ห์กับริดเดิ้ลและหนีไปกับเขา หากเมื่อเธอเลิกใช้ยาในภายหลัง เขาก็หนีเธอมาทั้งๆ ที่เธอกำลังตั้งท้อง เธอหมดอาลัยตายอยาก และยากจนถึงกับต้องขายมรดกไปถูกๆ เธอซมซานไปจนถึงบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง เมื่อคลอดลูกแล้วก็ตายไป ต่อมาดัมเบิลดอร์เป็นผู้ไปหาริดเดิ้ลเพื่อแจ้งเรื่องที่ได้เข้าเรียนในฮอกวอร์ต เขาผมว่า ริดเดิ้ลส่อแวว ทะนงตน ชอบเอาชนะ และพอใจกับการทำร้ายคนมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งชอบเก็บของผู้ถูกทำร้ายไว้ต่างถ้วยรางวัล แฮร์รี่ยังได้รู้ว่าริดเดิ้ลเคยอยู่ในชมรมของสลักเกิ้ล เขาเห็นริดเดิ้ลถามเรื่อง ผนึกวิญญาณ (Horcruxes) แต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไรความทรงจำช่วงนี้ก็ขาดหายเพราะสลักเกิ้ลผู้เป็นเจ้าของได้ลบความทรงจำส่วนนี้ไป ดัมเบิลดอร์ให้เด็กหนุ่มไปถามแต่ก็ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมตอบ
ระหว่างนั้น แคตี้ เบล ถูกวางยาหลังจากไปเก็บสร้อยประหลาดเส้นหนึ่งได้ที่ร้านไม้กวาดสามอันและเจ็บถึงขนาดส่งเซ็นต์มังโก แฮร์รี่สงสัยว่าเป็นมัลฟอยแต่ไม่มีหลักฐาน เขาให้ครีชเชอร์กับด็อบบี้ตามสอดแนมแต่ก็ไม่ได้เรื่อง เขาเคยใช้แผนที่ตัวกวนแต่ก็ไม่พบมัลฟอย ราวกับฝ่ายนั้นหายไปจากปราสาท แฮร์รี่เกิดความรู้สึกแปลกๆ กับจินนี่ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่มีท่าทางเย็นชาต่อรอนซึ่งคบกับลาเวนเดอร์ เขาลองใช้ยาโชคดีนิดหน่อยจนจินนี่เลิกกับดีน และหันมาคบกับเขาในที่สุด

ในวันคริสต์มาสที่แฮร์รี่มาพักที่บ้านโพรงกระต่าย สกริมเจอร์รัฐมนตรีกระทรวงเวทย์มนต์คนใหม่มาพบเขาและเสนองานในกระทรวงให้แต่จะให้เขาคอยสอดแนมดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่ปฏิเสธ หลังจากนั้น เมื่อถึงวันเกิดของรอนปรากฏว่ารอนถูกวางยา แฮร์รี่พยายามพาไปให้สลักกอร์นช่วยกลายเป็นอาการทรุดลง คนที่ช่วยกลับกลายเป็นสเนป เรื่องนี้จับมือใครดมไม่ได้เช่นกัน หลังจากนั้นรอนเลิกกับลาเวนเดอร์
ในการพบกับดัมเบิลดอร์ครั้งต่อๆ มา แฮร์รี่ได้รู้ว่า โวลเดอมอร์เคยสมัครเป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดกับดิพพิต อาจารย์ใหญ่คนเก่า ดัมเบิลดอร์ให้ข้อสัณนิษฐานว่าเพราะเจ้าแห่งศาสตร์มืดอาจจะมีแผนค้นหาความลับในปราสาทและชักจูงพ่อมดหนุ่มสาว เมื่อถูกปฏิเสธเพราะอายุน้อยเกินไป เขาก็ไปทำงานในร้านบอร์เจนและเบิร์กซึ่งทำให้ได้มีโอกาสหาของมากมาย ครั้งหนี่งเขาไปติดต่อกับแม่มดคนหนึ่งซึ่งชอบเขามากถึงกับอวดของสะสมที่มีค่าที่สุดคือถ้วยของ เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ กับ จี้ห้อยคอของซัลลาซาร์ สลิธีริน สองวันต่อมาแม่มดผู้นี้ก็ถูกฆ่า และเอล์ฟประจำบ้านซึ่งเป็นเจ้าของความทรงจำนี้ก็ถูกกล่าวหา ของทั้งสองอย่างหายไป ต่อมาโวลเดอมอร์มาเสนอตัวกับดัมเบิลดอร์อีกครั้งแต่ถูกปฏิเสธ นับตั้งแต่นั้น ไม่เคยมีอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่สอนเกินกว่า 1 ปี ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นเพราะเขาต้องหารจะหาสมบัติของเรเวนคลอกับกริฟฟินดอร์ด้วย
แฮกริดมีจดหมายมาบอกว่า อาราก็อก แมงมุมยักษ์ซึ่งป่วยมานานแล้วตายลง เขาจะทำพิธีศพให้ในตอนค่ำ แฮร์รี่จึงลอบออกไปโดยใช้ยาโชคดีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เขาพบกับสลักกอร์น และเกลี้ยกล่อมจนอีกฝ่ายยอมถอดความทรงจำออกมาให้ ดัมเบิลดอร์กับแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ผนึกวิญญาณเป็นเครื่องมือที่ใช้เก็บวิญญาณที่ถอดออกจากร่างเพื่อให้เป็นอมตะ เพราะเหตุนั้นโวลเดอมอร์จึงไม่ตายด้วยคำสาปสะท้อนกลับตอนที่ไปฆ่าแฮร์รี่ที่ยังเล็ก แต่การที่จะทำผนึกวิญญาณได้จะต้องฆ่าคน โวลเดอมอร์แบ่งวิญญาณออกเป็น 7 ส่วน ดัมเบิลดอร์บอกว่า ส่วนหนึ่งถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกที่แฮร์รี่ทำลายไปเมื่อตอนปีสอง ส่วนหนึ่งอยู่ในแหวนที่แฮร์รี่เคยเห็นอาจารย์ใหญ่ใส่ และถูกทำลายไปเช่นกัน ดัมเบิลดอร์กำลังหาส่วนอื่นๆ อยู่ ดัมเบิลดอร์ยังสัณนิษฐานว่า อาจจะอยู่ที่กอดริกฮอลโล่วด้วยอันหนึ่ง

ครั้งหนึ่งแฮร์รี่มีเรื่องกับมัลฟอย เขาใช้คาถาที่ได้จากสมุดของ Half-blood Prince โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาโดนสเนปคาดคั้นแต่เขาไม่ตอบ ขณะที่แฮร์รี่กำลังจะไปพบครูใหญ่ เขาพบทริลอร์นี่ย์กลางทางและได้รู้เรื่องว่า ตอนที่เธอมาสัมภาษณ์เมื่อเข้าทำงานเมื่อสิบห้าปีก่อน เธอพบสเนปแอบฟังอยู่ตรงประตู แฮร์รี่บอกเรื่องนี้ให้ครูใหญ่ทราบแต่ชายชราก็ยังปกป้องสเนปเหมือนกับที่ทำทุกครั้งซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธ แต่ดัมเบิลดอร์บอกแฮร์รี่ว่า เขาจะไปหาผนึกวิญญาณอีกอันหนึ่งและให้แฮร์รี่ไปด้วย ก่อนไปครูใหญ่ขอให้เด็กหนุ่มสัญญาว่าจะทำตามที่เขาสั่งเช่น ซ่อนตัว วิ่ง หรือ หนี แฮร์รี่จำต้องรับคำ ทั้งสองคนไปถึงถ้ำแห่งหนึ่ง การจะเปิดถ้าต้องใช้เลือด ซึ่งดัมเบิลดอร์เป็นผู้ทำเอง โดยไม่ยอมให้แฮร์รี่ทำ ภายในถ้ำมีบ่อน้ำใหญ่มีเกาะตรงกลาง มีเรือลำหนึ่งซึ่งทั้งคู่ใช้ไปที่เกาะ แฮร์รี่สังเกตว่าในน้ำมีศพคนตาย ดัมเบิลดอร์บอกว่าเป็นผีดิบที่โวลเดอมอร์จะเรียกใช้งาน การที่จะปราบผีดิบพวกนี้ต้องใช้ไฟ เมื่อถึงกลางเกาะก็เห็นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนแท่นมีอ่างที่มีน้ำยา ดัมเบิลดอร์แน่ใจว่าผนึกวิญญาณน่าจะอยู่ในอ่าง ดัมเบิลดอร์บอกว่า การที่จะเอากล่องบรรจุวิญญาณจะต้องดื่มน้ำยาให้หมด เขาเป็นคนกินยาเอง เมื่อกินเข้าไปทำให้เหมือนฝันร้าย แฮร์รี่พยายามให้เขากินยาจนหมดตามที่ได้รับคำสั่ง จนกระทั่งยาแห้ง แต่ดัมเบิลดอร์แทบไม่มีแรงเหลือ แต่ก็ยังเอาจี้ในอ่างมาได้ แฮร์รี่ถูกผีดิบโจมตีแต่ดัมเบิลดอร์รวบรวมกำลังเสกไฟขับไล่ และพาแฮร์รี่กลับมาฮอกส์มี้ด ที่นั่นพวกเขาพบตรามารบนฟ้า ทั้งสองคนใช้ไม้กวาดบินกลับไปที่ปราสาท โดยที่ดัมเบิลดอร์บอกให้แฮร์รี่ใช้ผ้าคลุมล่องหน เขาพบเดรโกอยู่ที่หอคอยแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า เดรโกได้รับคำสั่งจากโวลเดอมอร์ให้หาทางพาผู้เสพความตายเข้ามาในปราสาทด้วยตู้ที่มอนเตกูร์เคยหลงเข้าไป ตู้นั้นมีทางติดต่อระหว่างปราสาทกับร้าน บอร์เจนและเบิร์ก ซึ่งขณะนี้ผู้เสพความตายกำลังสู้อยู่กับพวกภาคี นอกจากนี้เขายังได้รับคำสั่งฆ่าดัมเบิลดอร์แต่ไม่สำเร็จ ครั้งแรกคือการหาคนส่งสร้อยคอที่แคตี้ เบลล์เก็บได้ เขายังใช้คาถาสะกดใจกับมาดามโรสเมอร์ทาร์ให้ร่วมมือโดยที่เธอไม่รู้ตัว ซึ่งยาพิษอยู่ในไวน์ที่สลักกอร์นให้รอนดื่มนั่นเอง

ระหว่างนั้นมีผู้เสพความตายเข้ามา และใช้พวกมากเข้ารุมจนดัมเบิลดอร์ล้มลง แต่แล้วสเนปก็เข้ามา สเนปใช้คาถาพิฆาตกับดัมเบิลดอร์ก่อนจะพากันหนี แฮร์รี่ตามสเนปไป เขาพยายามใช้คาถาที่ได้มาจากโน้ตแต่กลับใช้กับสเนปไม่สำเร็จ สเนปบอกว่าโน้ตนั้นเป็นของเขาเอง ผู้เสพความตายหลายคนหนีไปได้รวมทั้งสเนปกับเดรโกด้วย แฮร์รี่มาพบภายหลังว่า จี้นั้นเป็นของปลอมด้วยข้อความบางอย่างที่ลงชื่อว่า R.A.B บิลถูกผู้เสพความตายคนหนึ่งซึ่งเป็นมนุษย์หมาป่าทำร้ายแต่เฟลอร์ยืนยันว่าจะแต่งงานกับเขา ครั้งนี้เองแฮร์รี่จึงได้รู้ว่า ท็องส์มีใจให้ลูปิน เรื่องของบิลจึงเป็นเหตุให้ลูปินยอมรับน้ำใจของเธอ
เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า พบเรื่องของแม่สเนปที่นามสกุลเก่าคือ Prince และแต่งงานกับมักเกิ้ล เหตุที่สเนปทิ้งตำราไว้ที่ห้องทำงานเพราะเกรงจะถูกดัมเบิลดอร์จับได้นั่นเอง ส่วนการที่ไม่มีใครจับพิรุธเขาได้เนื่องจากความ X วชาญในการกำบังจิต ดังนั้นสเนปก็คือ Half Blood Prince ส่วนการที่ไม่พบร่องรอยของเดรโกก็เพราะใช้ของบางอย่างจากร้านของเฟร็ดกับจอร์จ นั่นเอง
งานศพของดัมเบิลดอร์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเศร้าสลด มีผู้มาไว้อาลัยกันมากมายรวมทั้งพวกเงือกกับเซนทอร์ แฮร์รี่ตกลงใจว่าจะไม่กลับมาเรียนในปีหน้าแต่จะไปกอดริก ฮอลโลว์ที่บ้านเดิมเพื่อหาผนึกวิญญาณที่น่าจะอยู่ที่นั่น รอนกับเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าจะไปด้วยกันกับแฮร์รี่อย่างเคย

-*P.$*-
= ช่วงแรกๆของเล่ม 6 เป็นที่รู้กันว่าจินนี่ออกเดทและกิ๊กอยู่กับดีน ระหว่างนั้น ตัวแฮร์รี่เริ่มรู้สึกแปลกๆ เช่น ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรงทุกครั้งเมื่อเห็นจินนี่ และโดยเฉพาะเมื่อเห็นจินนี่กุ๊กกิ๊กกับดีน แต่แฮร์รี่พยายามข่มใจตัวเองไว้ บอกว่าจินนี่เป็นน้องสาวของรอนนะ แล้วรอนก็เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแฮร์รี่ ดังนั้นที่แฮร์รี่รู้สึกแปลกๆ ก็อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกเป็นห่วงแบบพี่ชาย (ก็เห็นกันมา 5-6 ปีแล้วนี่นะ) จงข่มใจไว้ๆๆๆๆ ก็เป็นแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งประมาณท้ายๆเล่ม (ไม่แน่ใจ) ช่วงที่แข่งควิดดิชรอบสุดท้าย ซึ่งแฮร์รี่ถูกสเนปกักบริเวณ ทำให้ไม่สามารถลงแข่งนัดนั้นได้ พอโดนกักบริเวณเสร็จ ก็เป็นเวลาหลังจากที่ควิดดิชแข่งกันเสร็จแล้ว แฮร์รี่ก็วิ่งเข้าไปเจอเพื่อนๆในห้องนั่งเล่นรวม ซึ่งทุกคนกำลังดีอกดีใจกันยกใหญ่ที่แข่งควิดดิชชนะ แล้วพอจินนี่เห็นแฮร์รี่ จินนี่ก็วิ่งเข้ามากอดแฮร์รี่ด้วยความดีใจ ทันใดนั้นเอง ภาพที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ๆแฮร์รี่ก็ก้มลงจูบจินนี่อย่างดูดดื่ม (สงสัยว่าจะกดดัน+ดีใจ+ตื่นเต้นจัดจนลืมตัว) ท่ามกลางสายตาฝูงชนประมาณ 50 คน (ถ้าจำไม่ผิด) ทุกคนนิ่ง อึ้ง เงียบกริบไปเลย ... เอิ่กๆๆ
แล้วหลังจากนั้นมา ก็เป็นที่รู้กันว่า 2 คนนี้เป็นกิ๊กกันไปแล้ว หลังจากวันนั้นก็มีฉากกุ๊กกิ๊กอีกหลายฉาก (น่ารักดี)

อยากมีสิทธิ์ใช้คำว่ารัก Toffy
**หวังว่าเพื่อนๆๆ คงจะชอบกันนะครับ**
by:tanzaa

edit @ 2005/07/26 20:53:28